การเลี้ยงปลาไหลนา

การเพาะเลี้ยงปลาไหลนาในบ่อซีเมนต์


         ปลาไหลนา จัดเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามคู คลอง หนอง บึงต่างๆ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลาไหลนาเป็นสัตว์น้ำที่คนนิยมบริโภคกันมาก เพราะมีรสชาติอร่อย สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายชนิด ปัจจุบัน ปลาไหลนากำลังลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากมลภาวะทางน้ำ ขณะที่ความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน ดังนั้น การเพาะปลาไหลนาจึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร เนื่องจากปลาไหลนาสามารถเพาะเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจในอนาคตได้


การผสมพันธ์และการเพาะเลี้ยงแม่ พันธุ์

        ในการผสมพันธุ์ปลาไหลนา เกษตรกรอาจใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติ เพราะการฉีดฮอร์โมนผสมเทียมไม่สามารถทำให้ปลาวางไข่ได้ แต่ก่อนที่จะนำพ่อแม่พันธุ์ปลาไหลนามาปล่อยเพื่อผสมพันธุ์ เกษตรกรจะต้องเตรียมบ่อเพาะพันธุ์ โดยใช้เทคนิคการเตรียมบ่อเพาะให้คล้ายคลึงกับธรรมชาติมากที่สุด เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในถังไฟเบอร์ บ่อดิน บ่อซีเมนต์และท่อซีเมนต์กลม โดยเกษตรกรจะต้องเตรียมความพร้อม ดังนี้
ถัง ไฟเบอร์ ใส่ดินเหนียวลงในถังไฟเบอร์ขนาด 2 ตัน บ่อสูง 1 เมตรโดยให้ดินอยู่ในลักษณะแนวลาดเอียงสูง 40 เซนติเมตร หลังจากนั้น จึงเติมน้ำลงไปประมาณ 30 เซนติเมตร ให้ดินเหนียวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเป็นแนวลาดเอียงประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วทำการปลูกพันธุ์ไม้น้ำให้เหมือนกับธรรมชาติ เช่น กอบัว จอกแหน และผักตบชวา
บ่อดิน ควรอัดพื้นดินให้แน่นและมีขนาด 200-400 ตารางเมตร ด้านบนควรปลูกพืชน้ำสำหรับเป็นที่วางไข่ของแม่ปลาไหลนา ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1: 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ปลาไหลนาจะวางไข่ได้ภายใน 2-4 เดือน โดยเริ่มวางไข่ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน เมื่อลูกปลาไหลฟักออกเป็นตัว ลูกปลาไหลจะมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร พฤติกรรมของลูกปลาไหลนามักชอบหลบซ่อนอยู่ตามรากหญ้า เกษตรกรสามารถรวบรวมและนำไปเลี้ยงต่อไป
บ่อ ซีเมนต์ ขนาด 5.0 x 5.0 x 1.0 เมตร ใส่ดินลงในบ่อสูง 30 เซนติเมตร เติมน้ำให้มีระดับสูงกว่าผิวดินประมาณ 10 เซนติเมตร ใส่พืชน้ำต่างๆ เพื่อให้เป็นที่หลบซ่อนและวางไข่ ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วน เพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ปลาไหลนาจะก่อหวอดคล้ายปลากัด (การพ่นฟองอากาศสำหรับวางไข่) เกษตรกรสามารถรวบรวมลูกปลาไหลนาได้ หลังจากปลาไหลก่อหวอดประมาณ 5 วันแล้ว จึงนำลูกปลาไหลไปอนุบาลต่อในตู้กระจกหรือในท่อซีเมนต์กลม
ท่อ ซีเมนต์กลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 เมตร ปล่อยพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธุ์ 3 ตัวต่อ 1 ท่อ ใส่ดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตร โดยแม่พันธุ์ 1 ตัว จะสามารถวางไข่ตั้งแต่ 300-910 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่พันธุ์

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

          ในช่วงแรก การคัดแยกเพศของพ่อแม่พันธุ์ปลาไหล จะกระทำได้ยากมาก เพราะปลาไหลนามีลักษณะเพศคล้ายๆ กัน ถ้าดูจากลักษณะภายนอก จะไม่สามารถแยกเพศให้เด่นชัดได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ปลาไม่มีการวางไข่ แต่ถ้าในช่วงฤดูวางไข่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะสามารถสังเกตเพศของปลาไหลได้เด่นชัดขึ้น ดังนี้
เพศ เมีย ช่องเพศมีสีแดงเรื่อๆ บวม ลำตัวมีสีเหลืองเปล่งปลั่ง ในช่วงผสมพันธุ์และวางไข่ ปลาไหลจะมีขนาดความยาว 29-50 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัว 70-200 กรัม

เพศผู้ ช่องเพศจะมีสีขาวซีด ไม่บวม ลำตัวมีสีเหลืองคล้ำ ในช่วงผสมพันธุ์และวางไข่ปลาไหล ปลาไหลนาจะมีความยาวตั้งแต่ 60 เซนติเมตรขึ้นไป (ถ้าหากปลาไหลมีน้ำหนักมากกว่า 300 กรัมขึ้นไป แสดงว่าปลาไหลมีน้ำเชื้อในการเพาะพันธุ์ดี)

           เมื่อ คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลาไหลได้แล้ว ให้เกษตรกรนำมาปล่อยในบ่อเพาะพันธุ์ที่เตรียมไว้ โดยการปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะพิจารณาจากขนาดของบ่อเป็นหลัก เช่น ถ้าเป็นบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์ ควรปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร แต่ถ้าเป็นท่อซีเมนต์กลม ควรปล่อยพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธุ์ 3 ตัวต่อ 1 ท่อ

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์

            เมื่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาไหลลงบ่อเพาะแล้ว เกษตรกรควรเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาไหล โดยให้อาหารและดูแลทำความสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำ อาหารที่นำมาให้พ่อแม่พันธุ์ปลาไหลควรเป็นพวกอาหารปลาสดหรือเป็ดสับเป็นชิ้น พอเหมาะกับปากของปลา ในปริมาณร้อยละ 2 ต่อน้ำหนักตัว โดยให้วันละ 1 ครั้งในช่วงเย็น เนื่องจากปลาไหลนามีอุปนิสัยชอบออกหากินในที่มืดและสภาพแวดล้อมเงียบสงบ การถ่ายน้ำในบ่อเพาะพันธุ์ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
จะพบว่า น้ำฝนเป็นสิ่งกระตุ้นให้แม่พันธุ์ปลาไหลวางไข่ได้เป็นอย่างดี และปลาไหลนามักวางไข่ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงใกล้หน้าฝน แต่ช่วงที่ปลาไหลไข่ชุกที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และจะพบไข่ปลาไหลทุกครั้งหลังจากฝนตก เมื่อแม่ปลาไหลพร้อมที่จะวางไข่แล้ว แม่ปลาจะก่อหวอดและวางไข่ โดยไข่ปลาจะติดอยู่ใต้หวอดและกองอยู่ตามพื้น ไข่ปลาไหลที่ออกใหม่ๆ มีขนาดใหญ่ประมาณ 3 มิลลิเมตร สีเหลืองทอง เปลือกไข่มีลักษณะแข็งและกลม แม่พันธุ์ปลาไหล 1 ตัว สามารถให้ไข่ได้ไม่เกิน 2,000 ฟอง ลูกปลาที่ฟักออกมาใหม่จะมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ไข่ปลาไหลบางฟองอาจฟักออกเป็นตัวห่างกันนานถึง 6 ชั่วโมง เนื่องจากแม่ปลาไหลอาจวางไข่ไม่พร้อมกันและในช่วงวางไข่ แม่ปลาไหลจะมีนิสัยดุร้ายมาก

การ อนุบาลลูกปลาไหลนา

          ใช้วิธีอนุบาลลูกปลาไหลในท่อ ซีเมนต์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0 เมตร หรือในถุงพลาสติกหรือตู้กระจก และควรให้น้ำหมุนเวียนถ่ายเทได้ตลอดเวลา มีพืชน้ำมัดลอยเป็นกำพร้อมทั้งใส่ดินในบ่ออนุบาลด้วย โดยปล่อยลูกปลาไหลนาในอัตรา 150-200 ตัวต่อตารางเมตร
สำหรับอาหารที่ ใช้เลี้ยงลูกปลาไหลนาในช่วงแรก ให้ใช้ไรแดงหรือปลาสดบดละเอียด หรืออาจฝึกให้กินอาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงปลาดุกเล็กก็ได้ โดยให้อาหารวันละ 2 มื้อเช้าและเย็น ในอัตราร้อยละ 10 ต่อน้ำหนักตัวต่อวัน เมื่ออายุครบ 1เดือน ลูกปลาไหลจะมีความยาวประมาณ 1.0-2.0 นิ้ว ช่วงนี้ลูกปลาไหลจะเริ่มมุดลงสู่พื้นดิน

เทคนิคการเลี้ยงปลาไหล

           เกษตรกร สามารถเลี้ยงปลาไหลนาได้ทั้งในบ่อซีเมนต์ขนาด 2.0 x 3.0 เมตร และขนาด 5.0 x 10.0 เมตร หรือในท่อซีเมนต์กลมเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป โดยวางซ้อนกัน 2 ท่อ พื้นบ่อคอนกรีตหนาประมาณ 1 นิ้ว พร้อมติดตั้งท่อระบายน้ำออก ผนังบ่อด้านในควรฉาบให้ลื่น รองพื้นด้วยซังข้าวสลับกันโคลนและหยวกกล้วยสับละเอียดหนาชั้นละ 10 เซนติเมตร ทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจึงนำลูกปลาไหลนาปล่อยลงเลี้ยง โดยปล่อยลูกปลาไหลนาที่มีขนาด 5 นิ้วในอัตรา 100 ตัว / บ่อ หรือปล่อยลูกปลาจำนวน 3 กิโลกรัมต่อบ่อ เสริมด้วยการให้อาหารเม็ด ปลาสดสับละเอียดหรือตัวอ่อน แมลงน้ำ และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก ๆ 2 สัปดาห์ ระยะเวลาที่ใช้ในการเลี้ยงประมาณ 6-8 เดือน จะได้ปลาไหลนาที่มีขนาด 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม และใน 1 บ่อ จะได้ผลผลิตประมาณ 20-30 กิโลกรัม
ตัวอย่าง การเลี้ยงปลาไหลนาในบ่อซีเมนต์และบ่อซีเมนต์กลม


ข้อควรระวังการเลี้ยงปลาไหลนา


- เนื่องจากปลาไหลนาตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่ที่เงียบสงบ การมีสิ่งเร้าจะทำให้ปลาตกใจ และหยุดกินอาหารได้
- ถ้าเป็นลูกพันธุ์ปลาที่ได้รวบรวมจากธรรมชาติ ก่อนปล่อยลูกปลาไหลลงในบ่อเลี้ยง เกษตรกรควรแช่ยาฆ่าเชื้อหรือกำจัดพยาธิเสียก่อน รวมทั้งต้องคัดขนาดปลาที่ปล่อยเลี้ยงให้มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุดในแต่ละ บ่อ
- ลูกปลาไหลนาที่มีขนาดความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เกษตรกรควรเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกปลาไหลตาย
- ปลาไหลนาที่มีขนาดความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร โดยทั่วไปจะพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณโคนหางตาย ควรจับออกและใส่ยากันเชื้อราบ้าง
- อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาไหล เกษตรกรควรผสมวิตามินรวม และนอกจากการผสมวิตามินรวมในอาหารแล้ว เกษตรกรควรผสมยาถ่ายพยาธิอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- ทุกๆ 2 สัปดาห์ เกษตรกรควรคัดขนาดลูกปลาไหลนา โดยในบ่อเลี้ยงแต่ละบ่อ ควรมีขนาดของปลาไหลนาที่ใกล้เคียงกัน เพื่อลดปัญหาการกินกันเอง
- การจัดวางบ่อเลี้ยง ไม่ควรให้อยู่กลางแจ้งมากนัก ควรมีที่บังแดดบ้าง
 
ที่มา http://www.ismed.or.th/SME2/src/bin/controller.php?view=knowledgeInsite.KnowledgesDetail&p=&nid=&sid=51&id=1811&left=54&right=55&level=3&lv1=3